อาชญากรรม » บางสะพานน้อย | สภ.บางสะพานน้อย ไขคดี ‘โพสต์เตือนแก๊งปาหิน’ ที่แท้คู่อริทะเลาะวิวาทกันมาก่อน

บางสะพานน้อย | สภ.บางสะพานน้อย ไขคดี ‘โพสต์เตือนแก๊งปาหิน’ ที่แท้คู่อริทะเลาะวิวาทกันมาก่อน

14 ธันวาคม 2020
1287   0

Cr.ณัฐณิชา สังข์ทอง/บางสะพานน้อย

สภ.บางสะพานน้อย ไขคดี ‘โพสต์เตือนแก๊งปาหิน’ หน้าร้านสะดวกซื้อสี่แยกโจ้ย ที่แท้คู่อริทะเลาะวิวาทกันมาก่อน ไม่ใช่แก๊งปาหินแต่อย่างใด 

วันที่ 14 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า  “#เตือนภัย#.. หลานชายขับรถกลับจากบางสะพาน ผ่านสี่แยกโจ้ย เวลาตี 1 วันเสาร์ที่ 28 พ.ย.2563 เพื่อกลับบ้าน แล้วก็เจอ แก๊งปาหินใส่กระจกรถ เสียหายดังภาพ โชคดีที่ไม่เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง หลานชายได้แจ้งความไว้ที่ ส.น.บางสะพานน้อยไว้แล้ว ขอฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นนี้ ให้ระมัดระวังไว้ด้วย ซึ่งเราก็รอให้ตำรวจ หาตัวคนกระทำอยู่ (ระมัดระวังกันด้วยนะคะ) ฝากไว้เป็น…อุทาหรณ์” โดยหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีการส่งต่อและวิพากวิจารณ์ต่อเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมากนั้น

ทางด้าน พ.ต.อ.พสิษฐ์ ก้อนสิน ผกก.สภ.บางสะพานน้อย เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งเหตุตนได้มอบหมายให้ชุดสืบสวน ลงพื้นที่หาข่าวอย่างละเอียดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ สี่แยกโจ๊ย พื้นที่สอบสวน สภ.บางสะพานน้อย พร้อมไล่เลียงไปจนถึงพื้นที่ อ.บางสะพาน จุดที่ผู้เสียหายเดินทางไปเที่ยว เพื่อหาเส้นทางของคนร้ายนั้น

จากการสืบสวนสอบสวน ทำให้ได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มของ นายบูม,นายเจมส์,นายพร,นายแซม และนายอาร์ท  ซึ่งเป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปีนั้น ได้พากันขี่รถจักรยานยนต์ไปเที่ยวงานแสดงสินค้า

ซึ่งวันดังกล่าวมีการแสดงดนตรี “ลิลลี่เจนนี่” ในเขตพื้นที่ สภ.บางสะพาน แล้วได้พบกับวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน แล้วกลุ่มดังกล่าวได้ไล่ทำร้ายกลุ่มนายบูนฯกับพวก

จากนั้นกลุ่มนายบูนฯได้พากันหลบหนีกลับไปจับกลุ่มที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ สี่แยกโจ๊ย พื้นที่ สภ.บางสะพานน้อย ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุนั้น

ต่อมากลุ่มวัยรุ่นที่ไล่ทำร้ายนายบูนฯกับพวก ได้ขับรถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋งผ่านมาในที่เกิดเหตุ เกิดจำกันได้จึงก่อเหตุขว้างขวดใส่กลุ่มนายบูนฯ แล้วกลุ่มของนายบูนฯได้ขว้างก้อนหินใส่โต้ตอบ ทำให้ก้อนหินถูกกระจกรถยนต์เก๋งของคู่กรณีแตกเสียหายตามภาพที่ปรากฎในโลกออนไลน์

จากการสืบสวนสอบสวนแล้วกรณีดังกล่าว เป็นการวิวาทกันของกลุ่มวัยรุ่นสองกลุ่มซึ่งเป็นคู่อริกัน โดยมีเหตุทะเลาะวิวาทกันมาก่อน จึงไม่ใช่เหตุแก๊งปาหินตามที่มีการโพสต์เตือนภัยก่อนหน้านี้

“ทั้งนี้ขอประชาชนอย่างตื่นตกใจ ในพื้นที่ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังไม่พบผู้กระทำความผิดที่ก่อเหตุขวางปาก้อนหินใส่รถยนต์ประชาชน เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์สิน หรือที่เรียกว่า ‘แก๊งปาหิน’ เหมือนในพื้นที่อื่นแต่อย่างใด” 

อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพานน้อย จะได้สอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป