เป็นข่าว » ประจวบคีรีขันธ์ | ปลอดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่หลังหญิงไทยวัย 61 ปี ที่ รพ.หัวหิน รักษาหายแล้ว

ประจวบคีรีขันธ์ | ปลอดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่หลังหญิงไทยวัย 61 ปี ที่ รพ.หัวหิน รักษาหายแล้ว

13 มกราคม 2021
1486   0

นพ.สสจ.ประจวบฯ บอกข่าวดี หลังหญิงไทยวัย 61 ปี ที่ รพ.หัวหิน รักษาหายแล้ว ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 12 คน ผลเป็นลบทั้งหมด ด้านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประชุมติดตามสถานการณ์ เตรียมผ่อนปรนมาตรการให้เปิดร้านนวด สปา และร้านค้าหลายประเภท แต่ต้องเปิดบริการภายใต้ข้อกำหนด เตรียมออกคำสั่งจังหวัดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง 

วันที่ 12 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมสิงขร ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ พร้อมด้วย นายชาตรี จันทร์วีระชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดคีรีขันธ์ เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ทั้งสถานการณ์ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งสถานการณ์ของประเทศไทย

ทั้งนี้คณะกรรมการได้กำหนดมาตรการเพิ่มเตม เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด เพื่อยกระดับการป้องกันการระบาดให้เข้มข้นขึ้น

นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ว่า ผู้ป่วยรายล่าสุด ซึ่งเป็นหญิงไทย อายุ 61 ปี ติดเชื้อโควิด-19 จาก จ.นนทบุรี ก่อนกลับมาเยี่ยมบ้านที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหินเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2564 นั้น ล่าสุดรักษาหายแล้ว แต่ยังคงให้เฝ้าระวังต่อเนื่องไปอีก 14 วัน

ขณะที่เพื่อนใกล้ชิดจำนวน 4 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำอีก 12 ราย ผลตรวจเป็นลบทั้งหมด ซึ่งผู้ป่วยรายนี้มีเชื้อโควิด-19น้อยมาก การตรวจสอบเชื้อล่าสุดยืนยันว่าไม่พบเชื้อแล้วจึงอนุญาติให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ทำให้ปัจจุบัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีสถิติผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากการระบาดระลอกใหม่ จำนวน 1 ราย เท่านั้น และยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม

สำหรับการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบการผ่อนปรนในบางมาตรการเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19ในจังหวัดดีขึ้นตามลำดับ โดยเตรียมอนุญาตให้เปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา และกิจการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า สถานเสริมความงามได้ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด ตามมาตรการป้องกันด้านสาธารณสุข โดยจะต้องเว้นการทำหัตถการบนใบหน้าเพื่อป้องกันโรคไปก่อน

สำหรับการจัดงานประเพณีต่างๆ ได้แก่ งานแต่งงาน งานบวช งานศพ สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคของแต่ละอำเภอให้ทราบล่วงหน้า โดยจะต้องมีมาตรการในการป้องกันโรคตามหลักปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการสาธารณสุข และมีการบันทึกข้อมูลบุคคลเข้าร่วมงานเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

ทั้งนี้มติที่ประชุมในมาตรการต่างๆนั้น ทางจังหวัดฯจะออกประกาศคำสั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อแจ้งให้ประชาชนได้ทราบ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกันตามลำดับต่อไป

ทั้งนี้มาตราการเชิงรุกที่ทางจังหวัดฯได้ดำเนินการ ทั้งการตรวจคัดกรองบุคคลกลุ่มเสี่ยง บุคคลหลบหนีเข้าเมือง หรือบุคคลที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ จ.สมุทรสาคร ผลตรวจเป็นลบทั้งหมด ส่วนผู้ป่วยที่มีไทม์ไลน์ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์นั้น ได้เคลียร์พื้นที่ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อและตรวจบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว

ซึ่งเชื้อไวรัสโควิด-19นี้ ใช้วิธีการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ สามารถตายได้ง่ายเมื่ออยู่บนพื้นผิวสัมผัส จึงมั่นใจได้ว่าขณะนี้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปลอดภัยจากโควิด-19ระลอกใหม่แล้ว สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน คือสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รายงานสถิติการตั้งจุดตรวจป้องกันการแพร่ระบาดโควิด 19 เส้นทางเข้า-ออก จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้นได้มีการตรวจคัดกรองผู้เดินทางตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.63 – 11 ม.ค.64 จำนวน 23,180 คน พบผู้มีอาการป่วย 2 คน ส่งตรวจหาเชื้อโควิด 19 ปรากฏผลเป็นลบ

ผลการตรวจคัดกรองคนต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศและคนไทยที่ลักลอบข้ามไปฝั่งประเทศเมียนมาและกลับเข้ามาในไทย ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.63 – 9 ม.ค.64 จำนวน 32 เหตุการณ์ ตรวจหาเชื้อโควิด 19 จำนวน 140 คน ไม่พบเชื้อทั้งหมด

ผลการตรวจแรงงานต่างด้าวกลุ่มเสี่ยงในสถานประกอบการ ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.63 – 11 ม.ค.64 จำนวน 760 คน ไม่พบเชื้อโควิด 19 ทั้งหมด ส่วนผลการตรวจเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงผู้ต้องขังรายใหม่ในเรือนจำ จ.ประจวบฯ ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.63 – 11 ม.ค.64 จำนวน 115 คน ไม่พบเชื้อโควิด 19

สำหรับการค้นหาเชิงรุกประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาจากจังหวัดที่พบการระบาดสูงสุด มียอดสะสมตั้งแต่ 6 – 11 ม.ค.64 จำนวน 17 คน ไม่พบเชื้อโควิด 19 เช่นเดียวกัน