เป็นข่าว » หัวหิน | เกิดเหตุสลด! ช้างป่างายาวเหยียบ “ลูกศิษย์วัดอนันท์” ดับข้างกุฎิ ที่ป่าละอู

หัวหิน | เกิดเหตุสลด! ช้างป่างายาวเหยียบ “ลูกศิษย์วัดอนันท์” ดับข้างกุฎิ ที่ป่าละอู

30 มกราคม 2021
583   0

Cr.ภาพผู้เสียชีวิต จากมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน

เกิดเหตุสลด! ช้างป่างายาวเหยียบ “ลูกศิษย์วัดอนันท์” ดับข้างกุฎิ ที่ป่าละอู หลวงพ่อเผยญาติพามาฝากให้ช่วยรักษาตัว นานนับ10ปี กับน้องชายซึ่งเคยถูกช้างเตะจนกรามและซี่โครงหักแต่รอดมาได้ สุดท้ายพี่ชายมาถูกช้างป่าเหยียบดับดังกล่าว

วันที่ 30 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุสลดใจขึ้นเมื่อมูลนิธิเพชรเกษมหัวหินได้รับแจ้งจาก สภ.บ้านหนองพลับว่า มีผู้เสียชีวิตถูกช้างเหยียบเป็นชาย 1 ราย ภายในวัดอนันท์ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ผู้เสียชีวิตชื่อ นายประสิทธิ์ กาญจนศิลานนท์ อายุ 58 ปี ชาวบ้าน ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี สภาพศพนอนตะแคงคุดคู้ ใบหน้ายุบ กะโหลกแตก กรามหัก มีบาดแผลเปิดถึงกะโหลก และบาดแผลฉีกขาดอีกหลายตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิต ส่งตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลหัวหิน ก่อนส่งศพให้ญาติบำเพ็ญกุศลที่วัดใน ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ตามลำดับ

ทางด้าน พระอธิการสมชาย ฐานกโร เจ้าอาวาสวัดอนันท์ เล่าว่า นายประสิทธิ์ ผู้ตายและน้องชายอีกคน มาอาศัยอยู่ที่วัดนาน 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2554 เนื่องจากประสิทธิ์ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ตนดูแลรักษาจนอาการดีขึ้นสามารถเดินได้ แต่ไม่คล่องตัวนัก ประกอบกับนายประสิทธิ์ยังป่วยเกี่ยวกับระบบสมอง

ที่ผ่านมาจะเดินไปเดินมาภายในวัด และชอบเดินมานั่งเฝ้าพระหลวงตาที่หน้าห้อง และมักจะเดินออกมาจากกุฎิท้ายวัดซึ่งเป็นที่พัก มายังกุฎิหลังใหญ่ในช่วงเช้ามืด ประมาณตี 4 เป็นประจำทุกวัน คาดว่าเป็นช่วงเวลาที่ช้างป่าเข้ามาหากินภายในวัดพอดี จนเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น

สำหรับจุดที่พบศพนายประสิทธิ์นั้น อยู่ห่างจากกุฎิที่พักประมาณ 20 เมตร พบร่องรอยเท้าช้างข้างต้นไม้ และมีร่องรอยดึงกิ่ง ใบ และลูกขนุน ที่อยู่ใกล้ๆกุฎิอีกหลัง

จึงสันนิฐานว่า ก่อนเกิดเหตุช้างป่าขนาดใหญ่ มีงายาวประมาณ 1 ศอกเศษ ซึ่งเป็นช้างป่าตัวประจำที่เข้ามาเดินหากินภายในวัดบ่อยครั้ง คงเดินลัดเลาะชายป่าเข้ามากินลูกขนุนขนาดเล็กและยอดขนุนที่ข้างกุฎิ เป็นจังหวะกับที่นายประสิทธิเปิดประตูที่พักออกมา ช้างป่าคงได้ยินเสียงและกำลังจะเดินกลับเข้าป่า

แต่เกิดเดินมาเจอกันตรงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางเดิน คาดว่าช้างป่าจะตกใจเตะนายประสิทธิ์จนกระเด็นไปไกลกว่า 5 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่พบศพ

เนื่องจากบริเวณดังกล่าวพบรอยเท้าข้างซ้ายและรอยลากดินเป็นทางด้านขวา จากนั้นเดินต่อไปอีก 2-3ก้าว แล้วคงเหยียบซ้ำ เพราะสภาพบาดแผลที่พบบนศพคล้ายของหนักกดทับจนแตก ก่อนที่ช้างป่าจะเดินหายกลับเข้าป่าไป

ที่ผ่านมาตนได้เคยเตือนพระลูกวัดที่จำพรรษาอยู่รวม 10 รูป รวมทั้งนายประสิทธิ์และน้อยชายให้ระวังตัว เพราะวัดอยู่ในพื้นที่ติดแนวเขตป่า มีช้างป่าอยู่อาศัย เป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ ทำได้เพียงหลบหลีกไม่ให้เจอกัน ต้องรู้จักระวังตัวเองเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด

กระทั่งเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วน้องชายนายประสิทธิ์ได้ถูกช้างเตะจนกรามและซี่โครงหักที่บริเวณนอกวัดแต่รอดชีวิตมาได้ สุดท้ายพี่ชายมาถูกช้างป่าเหยียบเสียชีวิตดังกล่าว

ส่วนตัวแล้วยังไม่เคยเผชิญหน้ากับช้างป่าในระยะใกล้ แต่ตนมักจะเห็นช้างป่าบ่อยๆ จากบนศาลา จะเป็นช้างป่าตัวเดิม คือมีงายาวประมาณ 1 ศอก เข้ามาช่วงตี 1- 2 กินยอดไม้ ลูกขนุน ลูกมะม่วง อย่างยอดต้นหมากข้างกุฎิก็กินและหักจนหมด สุนัขที่เลี้ยงไว้ภายในวัดกว่า 20 ตัว ซึ่งปกติจะเห่าเสียงดังเวลามีคนแปลกหน้า แต่ถ้าเป็นช้างป่าเดินเข้ามาหากินในวัด สุนัขทุกตัวจะนั่งกันเงียบไม่กล้าส่งเสียงเลยทีเดียว

ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆพยายามแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ อย่างการทำรั้วกั้นช้าง ระยะทาง 100กว่ากิโลเมตร ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากการดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ และช้างป่าเป็นสัตว์ขนาดใหญ่การป้องกันคงลำบาก

เบื้องต้นคงต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น มองซ้ายมองขวาก่อนออกไปไหน เพราะพื้นที่ติดเขตป่าต้องยอมรับความจริง ส่วนผู้ตายเองอยู่มานานนับ 10 ปี กระทั่งมาเกิดเหตุสลดขึ้น สำหรับเมื่อดูจุดเกิดเหตุแล้ว เป็นการเผชิญหน้าในระยะกระชั้นชิด ไม่ว่าใครก็คงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หากเป็นพระก็คงตายเช่นกัน