เป็นข่าว » หัวหิน | เปิดใจ “เจ้าของบ้านพักพูลวิลล่าหัวหิน” ถูกลูกค้าโพสต์ต่อว่า ทั้งที่ทำของพังเสียหาย

หัวหิน | เปิดใจ “เจ้าของบ้านพักพูลวิลล่าหัวหิน” ถูกลูกค้าโพสต์ต่อว่า ทั้งที่ทำของพังเสียหาย

2 กุมภาพันธ์ 2021
1983   0

เปิดใจ “เจ้าของบ้านพักพูลวิลล่าหัวหิน” ถูกลูกค้าโพสต์ต่อว่า ทั้งที่ทำของพังเสียหาย ล่าสุดต้องอัดคลิปชี้แจงกลัวลูกค้าคนอื่นเข้าใจผิด หลังเรียกค่าเสียหายลูกค้า 13,000 บาท มีอะไรพังบ้าง พร้อมเผยบ้านพักต้องปิดหยุดยาวเพราะโควิด-19 เพิ่งเปิดให้บริการหลังผ่อนปรนมาตรการ ก็เจอแจ๊คพอตทันที

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ มีการแชร์เรื่องราว กรณีผู้ใช้เพซบุ๊กระบุว่าเป็นลูกค้าบ้านพักพูลวิลล่าแห่งหนึ่งที่ อ.หัวหิน แต่ได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี ลักษณะคล้ายบ้านพักดังกล่าว มีของเสียหายแต่มาปรับเงินกับลูกค้า

ปรากฏว่า เจ้าของบ้านพัก ได้อัดคลิปขี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมระบุว่า ลูกค้ามาพักแต่ทำทรัพย์สินเสียหายหลายรายการ จึงเรียกค่าเสียหายตามความจริงเท่านั้น แต่ได้มีการตอบโต้กันไปมา ก่อนที่โซเซียลจะไปสืบค้นจนเจอไลฟ์สดของลูกค้าที่มาพัก และในไลฟ์ มีการพูดถึงการทำทรัพย์สินเสียหาย ทั้งประตูพัง และ กระจกแตก ฯลฯ ไว้เป็นหลักฐานด้วย

นางสาวทัตติยา ตีรเศรษฐ์ศักดิ์ เจ้าของบ้านพัก ทรัพย์ไพศาล พูลวิลล่าหัวหิน เล่าให้ว่า ตนและครอบครัวเปิดให้บริการบ้านพักแบบพูลวิลล่ามานานหลายปี โดยสร้างเพียง 5 หลัง ลักษณะเป็นบ้านหลังใหญ่ขนาด 4 ห้องพัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ร้องเพลง โต๊ะสนุ๊กเกอร์ขนาดเล็ก และ สระว่ายน้ำในตัวบ้าน

ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดปัญหาในลักษณะนี้มาก่อน มีเพียงลูกค้าทำทรัพย์สินเสียหายเพราะอุบัติเหตุบ้าง แต่ก็มีการชำระเงินค่าเสียหายกันตามปกติ เนื่องจากมีการแจ้งข้อมูลให้ลูกค้าได้ทราบ พร้อมติดป้ายแจ้งราคาไว้เรียบร้อยในบ้านอยู่แล้ว

สำหรับกรณีลูกค้าที่เป็นข่าว จนทางเราต้องอัดคลิปชี้แจงข้อเท็จจริงนั้น เพราะไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดไปถึงลูกค้ารายอื่น เราไม่ได้อยากให้ของเสียหาย ไม่ได้อยากได้เงินค่าเสียหายของลูกค้า  เพราะระหว่างรอซ่อม ทางเราเสียโอกาสที่จะรับลูกค้ารายอื่นไปด้วย

ทั้งนี้ตนขออธิบายข้อเท็จจริงทั้งหมดว่า ลูกค้ารายงานนี้มาพักเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 30 มกราคม ผ่านมา โดยจองมาพักรวมทั้งหมด 10 คน ชายหญิง เข้าพักตามปกติ เราได้ให้แม่บ้านพามาบ้าน พร้อมทั้งตรวจรับห้องกันเรียบร้อย บริการทุกอย่างลูกค้าอยากได้อะไรเพิ่ม 

กระทั่งค่ำลูกค้าโทรมาแจ้งว่า กระจกห้องน้ำแตก เราให้แฟนมาดู แต่มาถึงไม่ใช่แค่กระจกแตก มีประตูห้องนอนพัง 1 บาน ลูกค้าแจ้งว่าลื่นล้ม ทางเราได้โทรศัพท์สอบถามราคาช่าง ค่ากระจกพร้อมติดตั้ง จำนวน 2,000 บาท ค่าประตู ค่าลูกบิดและค่าแรงช่าง อีก 4,500 บาท ก่อนแจ้งราคาค่าเสียหายให้ลูกค้าทราบ ซึ่งลูกค้ายอมรับและไม่มีปัญหาอะไร  

กระทั่งวันรุ่งขึ้น ลูกค้าจะกลับเราได้ตรวจสอบห้องพัก มีลูกค้ากำลังเล่นน้ำและเป็ดสีเหลืองสำหรับเล่นน้ำแตกอีก 1 ตัว  ราคา 1,500 บาท กระทั่งแฟนตรวจพบว่ามี ผ้าสักหลาดที่ปูบนโต๊ะสนุ๊กขนาดเล็กในบ้าน ขาดเสียหายอีก 1อย่างด้วย จึงได้แจ้งลูกค้า แต่ลูกค้ากลับมีท่าทีโมโห คล้ายกับว่าบ้านพักเป็นคนทำแล้วมาเก็บเงินลูกค้า  ซึ่งเป็นไปไม่ได้เราอยากให้ลูกค้ามาพักที่เรา ถ้าทำแบบนั้นจนเกิดความเสียหายแล้วใครจะมาพัก

เมื่อตรวจสอบราคากับช่าง ล่าสุดช่างแจ้งราคาค่าผ้าพร้อมติดตั้ง 5,500 บาท มาเปลี่ยนให้ถึงบ้านพัก แต่ลูกค้าชำระเพียง 5,000 บาท เพราะเราติดราคาไว้ก่อนหน้านี้ว่า 5,000 บาท ซึ่งเราไม่ได้ว่าอะไร เพราะเป็นราคาเก่าที่เราติดไว้ก่อนหน้าจริงๆ  รวมเรียกค่าเสียหายลูกค้าเป็นเงิน 13,000 บาท

ทั้งนี้ตนไม่ได้อยากได้เงินค่าปรับหรือค่าเสียหายจากลูกค้า แต่ทรัพย์สินพังหลายรายการ เมื่อชำระเงินเรียบร้อย ลูกค้าเดินทางกลับไป โดยที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน และคิดว่าจบแล้ว

แต่กลับกลายเป็นว่า ลูกค้าเข้ามาคอมเม้นท์ ต่อว่า ในเพจของบ้านพัก ในลักษณะที่ไม่ดี บอกว่า “ความทรงจำครั้งแรกในการพักบ้าน โครต…. ค่าบ้านไม่ถึงครึ่งหมื่น จ่ายจริงเกือบ 2 หมื่น ใครอยากรายละเอียดทักมานะคะ  ซึ่งการคอมเม้นท์แบบนั้น ทำให้เกิดความเสียหายกับบ้านพัก ซึ่งเรายอมไม่ได้ จึงได้อัดคลิปตอบโต้ดังกล่าว

ทั้งนี้บ้านพักต้องปิดหยุดยาวเพราะโควิด-19 และเพิ่งได้รับการผ่อนปรนมาตรการ จึงกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ แต่ก็เจอแจ๊คพอตทันที ทั้งนี้ตนไม่ได้อยากแจ้งความ ไม่ได้อยากมีเรื่องกับลูกค้า ขอแค่ลูกค้าขอโทษ และลบโพสต์ที่ทำให้บ้านพักเสียหายออกไป เพื่อไม่ให้ลูกค้ารายอื่นเข้าใจเราผิดๆก็พอใจแล้ว

อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กรายอื่นได้ติดตามไปตรวจสอบ พบว่า มีการไลฟ์สด การใช้ชีวิตในบ้านพักหลังดังกล่าว และลูกค้าในคลิปได้ยอมรับด้วยว่า มีการทีบประตูพัง และมีภาพขณะเล่นสนุ๊กเกอร์ ซึ่งโซเชียลระบุว่า ถ้าผ้าขาดแต่ต้น จะเล่นไม่ได้ และมีการเข้าไปโจมตีในเพซบุ๊กของลูกค้าคู่กรณี ล่าสุด ไปปิดเพซบุ๊กดังกล่าวไม่สามารถมองเห็นได้แล้ว