คัดข่าวดี » ประจวบคีรีขันธ์ | เผยภาพประทับใจ “ทีมแพทย์ และ จนท.รพ.ประจวบฯ” ร่วมส่ง “เด็กชายวัย 1 เดือนเศษ” รักษาโควิดหายได้กลับบ้านพร้อมคุณแม่

ประจวบคีรีขันธ์ | เผยภาพประทับใจ “ทีมแพทย์ และ จนท.รพ.ประจวบฯ” ร่วมส่ง “เด็กชายวัย 1 เดือนเศษ” รักษาโควิดหายได้กลับบ้านพร้อมคุณแม่

15 พฤษภาคม 2021
1933   0

เผยภาพประทับใจทีมแพทย์ และ จนท.รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมส่ง เด็กชายวัย 1 เดือนเศษ รักษาโควิดหายได้กลับบ้านพร้อมคุณแม่ ด้านกุมารแพทย์โรคติดเชื้อ เผย ไม่ใช่ทุกครอบครัวจะโชคดีรักษาหาย ทารกหรือเด็กเล็กมีภาวะเสี่ยงสูง ครอบครัวจึงควรป้องกันตัวเอง โดยเฉพาะการฉีดวัคซีน ป้องกันโควิด-19 ถือเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน

วันที่ 15 พฤษภาคม 2564  แพทย์หญิงสุชาดา  เรืองเลิศพงษ์  กุมารแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการส่งต่อผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากโรงพยาบาลบางสะพาน เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นเด็กชาย วัยเพียง 1 เดือน 14 วัน ถือเป็นผู้ป่วยอายุน้อยที่สุดของโรงพยาบาล ซึ่งติดเชื้อจากบุคคลในครอบครัว จากคลัสเตอร์งานศพ .สุราษฎร์ธานี

โดยเด็กชาย เข้ารับการรักษา ด้วยอาการหายใจเหนื่อยหอบจนหน้าอกปุ๋ม มีภาวะปอดติดเชื้อ อาการอยู่ในเกณฑ์รุนแรง แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้ท่อช่วยหายใจ ซึ่งเด็กชายได้รับการรักษาตามขั้นตอนเช่นเดียวกันกับผู้ใหญ่

โดยได้รับยาต้านไวรัสยาฟาวิพิราเวียร์ตามขนาดน้ำหนักตัว และดูแลป้องกันอาการแทรกซ้อน เนื่องจากเด็กเล็กมีความเปราะบางและเสี่ยงมากกว่าผู้ใหญ่เช่นเดียวกับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว

ทั้งนี้ทีมแพทย์และพยาบาลได้ดูแลรักษา จนอาการดีขึ้นตามลำดับและล่าสุดรักษาหายดี น้องหน้าตาสดใสอ้วนท้วนสมบูรณ์ และสามารถกลับบ้านได้พร้อมคุณแม่ ซึ่งป่วยติดเชื้อโควิด-19 เช่นเดียวกัน แต่รักษาตัวหายก่อนแล้ว และรอกลับบ้านพร้อมกับลูกชาย

  • โดยทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ดูแลรักษาได้ออกมาส่งหนูน้อยกับคุณแม่กลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัว โดยมีคุณตาคุณยายเดินทางมารับกลับบ้าน เป็นภาพที่ประทับใจอย่างยิ่ง

โดยทางครอบครัวผู้ป่วยยินดีและอนุญาติให้นำเรื่องราวมาเผยแพร่ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้เกิดการตื่นตัว เพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ให้มากขึ้น

แพทย์หญิงสุชาดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางการแพทย์ ไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบสวมหน้ากากอนามัย เพราะอาจเป็นอุปสรรค์ต่อการหายใจของเด็กจนเกิดอันตรายได้

สิ่งที่ควรทำคือ ให้พ่อแม่และบุคคลในครอบครัวสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันแทนและครอบครัวควรป้องกันตัวเอง ลดความเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเราไม่อาจรู้ได้ว่าที่ใดมีเชื้อโควิดหรือมีความเสี่ยงหากยังไม่พบผู้ป่วย เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนป่วยให้รีบตรวจรักษาเพื่อป้องกันการติดต่อสู่เด็ก 

สำหรับครอบครัวนี้ ไม่ได้ไปพื้นที่เสี่ยงอย่างสถานบันเทิง แต่มีคุณตาคุณยายไปร่วมงานศพซึ่งขณะนั้นยังไม่มีใครรู้ว่ามีผู้ป่วย และเกิดการแพร่ต่อในครอบครัว ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน

โดยสิ่งที่เป็นห่วงคือ คาดการณ์ว่า อนาคตจำนวนผู้ป่วยเด็กจะเพิ่มสูงขึ้นจากการติดเชื้อจากบุคคลในครอบครัว หากเรายังควบคุมการติดเชื้อโควิดไม่ได้ บุคคลในครอบครัวนอกจากจะต้องป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่างแล้ว

“หมออยากแนะนำให้ทุกคนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อได้ง่าย หรือหากติดก็ช่วยลดความรุนแรงของโรคลงได้  และยังได้ป้องกันลูกหลานในบ้านที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ ให้ปลอดภัยจากโควิด-19 ไปด้วยในตัว ซึ่งการฉีดวัคซีนไม่ว่าจะเป็นซิโนแวคหรือแอสตราเซเนกา ถือเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพราะไม่ใช่ผู้ป่วยทุกเคสจะโชคดีรักษาหายกลับบ้านได้พร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ได้  วัคซีนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยลดความรุนแรง ที่จะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 ได้” แพทย์หญิงสุชาดา กล่าวด้วยความห่วงใย