เป็นข่าว » หนุ่มมหาชัย สั่งเติมน้ำมันเต็มถัง เด็กปั๊มยังไม่ทันเอาหัวจ่ายออก กลับซิ่งรถหนี

หนุ่มมหาชัย สั่งเติมน้ำมันเต็มถัง เด็กปั๊มยังไม่ทันเอาหัวจ่ายออก กลับซิ่งรถหนี

2 กรกฎาคม 2021
612   0

Cr.แมวดำ มหาชัย

หนุ่มมหาชัย สั่งเติมน้ำมันเต็มถัง เด็กปั๊มยังไม่ทันเอาหัวจ่ายออก กลับซิ่งรถหนีไกลกว่า 10 กิโลเมตร หัวจ่ายน้ำมันขาดติดกับรถไปด้วย สุดท้ายโดนรวบค้นรถเจออุปกรณ์เสพยาและป้ายทะเบียนอีกแผ่น วงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน

วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ศูนย์วิทยุ สภ.บางโทรัด ได้รับแจ้งจากพนักงานปั๊มน้ำมัน คาลเท็ก สาขาพอร์โต้โก ว่า มีชายขับรถยนต์กระบะ มิตซูบิชิสตาด้า สีบรอนตอนเดียว หมายเลขทะเบียน ผก. 1595 ราชบุรี ได้เข้ามาเติมน้ำมัน ภายในปั๊มเต็มถัง แต่พอเติมเสร็จเด็กปั๊มยังไม่ทันจะนำหัวจ่ายออก กลับรีบขับรถยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าเข้าจังหวัดสมุทรสงคราม โดยทำให้หัวจ่ายน้ำมันขาดติดกับรถไปด้วย 

หลังได้รับแจ้งเหตุ จึงได้รีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสมุทรสงคราม (นาโคก) เพื่อสกัดจับรถคันดังกล่าวและรีบรายงานให้ พ.ต.อ.ศุภชัย  ศรสุคนก้ว  ผกก.สภ.บางโทรัด ได้ทราบ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ออกสกัดจับ

ต่อมาได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.ศรัณยพงศ์  อ่อนสิงห์ พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงฯว่า สามารถสกัดจับรถที่ก่อเหตุไว้ได้ ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจทางหลวงสมุทรสงคราม (นาโคก)  จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าว พบหลักฐานเป็นสายจ่ายน้ำมันติดอยู่กับรถ

พบผู้ขับขี่เป็นชาย 1 รายทราบชื่อต่อมาว่านายอำพน จันต๊ะณาเขตร  อายุ 36 ปี ชาวบ้านตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร และจากการตรวจค้นภายในรถเจ้าหน้าตำรวจยังพบอุปกรณ์เสพยา และยังพบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ตจ.1022 กรุงเทพมหานคร และจากการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียน พบว่า นายอำพน ผู้ต้องหาได้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมติด เพื่อออกก่อเหตุและด้านท้ายรถยังพบแกลลอนน้ำมันขนาด 20 ลิตร จำนวน 2 ใบ

จากนั้น ร.ต.อ.ศรัณยพงศ์  อ่อนสิงห์ หัวหน้าชุดจับกุม ได้นำตัวของนายอำพน พร้อมรถยนต์ของกลาง มาที่ สภ.บางโทรัด โดยมี พ.ต.อ.ศุภชัย  ศรสุคนก้ว  ผกก.สภ.บางโทรัด ได้มาสอบปากคำนายอำพน ด้วยตนเอง

เบื้องต้น นายอำพน ยอมรับว่า เคยก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งแรกในเขตจังหวัดสมุทรสาคร พอก่อเหตุเสร็จ ได้ขับรถยนต์คันดันดังกล่าวเที่ยวเล่น พอน้ำมันใกล้หมดจะทำที่เข้ามาเติมน้ำมันพอเติมเสร็จจะขับรถยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จนมาถูกจับกุมในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ฉ้อโกง  ส่วนในเรื่องสารเสพติดต้องรอผลพิสูจน์จากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สมุทรสงครามว่าผลการตรวจเป็นอย่างไร ถ้ามีสารเสพติดจะแจ้งข้อหาเพิ่มอีกครั้ง  และได้ประสานเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันในเขตจังสมุทรสาครและใกล้เคียงที่ถูกก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาดูลักษณะของรถยนต์และตัวผู้ต้องหาเพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป