เป็นข่าว » ชาวบ้าน 2 หมู่บ้านตำบลบึงนครหัวหิน แทบช็อก! ทหารศูนย์การทหารราบ ติดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 30 วัน

ชาวบ้าน 2 หมู่บ้านตำบลบึงนครหัวหิน แทบช็อก! ทหารศูนย์การทหารราบ ติดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 30 วัน

28 ธันวาคม 2021
838   0

ชาวบ้าน 2 หมู่บ้านตำบลบึงนครหัวหิน แทบช็อก! ทหารศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ติดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 30 วัน เตรียมใช้พื้นที่ซ้อมรบกระสุนจริง ล่าสุดฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน ลงพื้นที่ติดตามปัญหา เตรียมทำหนังสือรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และศูนย์การทหารราบ เพื่อขอคำชี้แจงและหาทางออกร่วมกัน

วันที่ 28 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติชัย ศรีทองช่วย ปลัดอำเภอหัวหิน พร้อมด้วย นายสุวิทย์  น้ำกลั่น กำนัน ต.บึงนคร , นายกิจติ ปัทเขียว ผญบ.ม.1 บ้านหนองหินใน , นายประทูน คล้ายวงค์ ผญบ.ม.9 บ้านภูหลวง , นายประยูร ขันแก้ว ว่าที่ นายก อบต.บึงนคร และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่ เพื่อรับฟังข้อมูลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ม.1 บ้านหนองหินใน และ ม.9 บ้านภูหลวง ต.บึงนคร อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภายหลังจากที่มีเจ้าหน้าที่ทหารจากศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ นำประกาศมาติดตามหน้าบ้านประชาชน โดยมีเนื้อหาระบุว่า ศูนย์การทหารราบโดย กองพันบริการ กองบริการ ศูนย์การทหารราบเป็นผู้รับผิดชอบ ที่ราชพัสดุ แปลง ปข.605 แจ้งให้ทราบว่าท่านได้บุกรุกที่ดินราชพัสดุแปลงนี้ ทางศูนย์การทหารราบ จึงขอแจ้งให้ทานออกจากพื้นที่พร้อมทั้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่างๆออกจากพื้นที่ราชพัสดุภายใน 30 วัน หากครบกำหนดทางศูนย์การทหารราบ จะไม่รับความผิดชอบต่อความเสียหายใดๆและจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2564 

นายกิจติ ปัทเขียว ผญบ.ม.1 บ้านหนองหินใน กล่าวว่า ชาวบ้านที่ถูกติดประกาศในพื้นที่ ม.1 ได้มาแจ้งปัญหาความเดือดร้อนให้ตนทราบ ยอมรับว่าเห็นใจชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะไม่รู้จะย้ายไปอยู่ที่ไหน ทำกินในพื้นที่ดังกล่าวมาหลายสิบปี จึงได้แจ้งข้อมูลความเดือดร้อนให้ทางอำเภอหัวหินได้ทราบ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาช่วยเหลือชาวบ้านเป็นการเร่งด่วน

ด้าน นายประทูน คล้ายวงค์ ผญบ.ม.9 บ้านภูหลวง กล่าวด้วยว่า พื้นที่ ม.9 ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ซ้อมรบ ขนาดพื้นที่ 7,500 ไร่ ซึ่งครอบคลุมเกือบทั้งหมู่บ้าน ผลกระทบกับประชาชนประมาณ 300 กว่าหลังคาเรือน ขณะนี้มีประชาชนอย่างน้อย 9 ราย ถูกประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน

เบื้องต้นทหารจะใช้พื้นที่ออกเป็นหนังสือ นสล.เพื่อใช้พื้นที่เป็นสนามซ้อมรบฝึกยิงกระสุนจริง ซึ่งจะส่งผลกระทบกับชาวบ้านทั้งหมด ทั้งเสียงดังขณะซ้อมรบ อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น และชาวบ้านจะไม่สามารถไปทำสวนทำไร่ได้ตามปกติ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือชาวบ้าน ซึ่งในพื้นที่พืชผลทางการเกษตรส่วนใหญ่คือ สับปะรด ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ซึ่งส่วนใหญ่กำลังให้ผลผลิต

นายสุวิทย์  น้ำกลั่น กำนัน ต.บึงนคร กล่าวว่า ชาวบ้านรุ่นพ่อแม่เข้ามาบุกเบิกพื้นที่ใน ต.บึงนคร เพื่อทำกินและอยู่อาศัย ส่วนใหญ่อยู่กันมา 40-50 ปีแล้ว ตนมองว่าชาวบ้านไม่ได้บุกรุกแต่บุกเบิกทำกินไว้ รุ่นลูกมาสานต่อ โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นพื้นที่ใคร กระทั่งทหารมาติดประกาศว่าเป็นพื้นที่ราชพัสดุ ของกรมธนารักษ์ และเตรียมเปลี่ยนเป็น นสล.โดยที่ไม่ได้มองว่าชาวบ้านจะเดือดร้อนมากแค่ไหนนั้น ตนอยากให้หน่วยภาครัฐที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เข้ามาหาทางแก้ไขให้ชาวบ้านด้วย

นางสมร เนตรสน อายุ 64ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 ม.1 ต.บึงนคร กล่าวว่า ตนมีที่ดินอยู่แค่ไม่กี่ไร่ จึงได้ปลูกสับปะรด กล้วยน้ำว้า และเผาถ่านสร้างรายได้ แต่พอทหารมาติดประกาศให้รื้อถอนออกภายใน 30 วัน ยอมรับว่าไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เนื่องจากอยู่ที่บริเวณดังกล่าวมานานหลายสิบปี 

นายสมร จันทร์เทศ อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 68 ม.1 ต.บึงนคร ระบุว่า อยู่อาศัยที่บึงนครกว่า 40 ปี วันที่ทหารติดประกาศตนไม่อยู่บ้าน โดยมีที่ดินปลูกยางพาราและสับปะรด ประมาณ 40 ไร่ แต่หากรวมเครือญาตพี่น้องอีก 7-8 คนรวมแล้วกว่า 200 ไร่ที่ได้รับผลกระทบ หลังถูกติดประกาศให้รื้อถอนออกภายใน 30 วัน ตนไม่รื้อ เพราะไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่ทำกินอื่น

นายสมชาติ เพ็ญรัตนา อายุ 48 ปี อาชีพทำสวนยางพารา จำนวน 30 ไร่ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีทหารมาสำรวจ ถามว่ามีเด็กหรือผู้สูงอายุอยู่หรือไม่ และบอกว่าจะมีการฝึกกระสุนจริงขอให้ย้ายออกไป ไม่นานก็มีหนังสือมาติดประกาศ ส่วนตัวมองว่าเอกสารที่นำมาติดประกาศนั้น ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่หนังสือราชการ  และควรแจ้งเรื่องให้ผู้นำชุมชนได้ทราบเพื่อแจ้งชาวบ้านให้มาประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลร่วมกัน

นายวิมล จันทร์สว่าง อายุ 54ปี บ้านเลขที่ 1 ม.9 บ้านภูหลวง กล่าวว่า ตนมีที่ดินปลูกบ้านขนาด 2 งานกว่า ซึ่งตนอยู่อาศัยกับลูกชายและลูกสะใภ้ โดยมีอาชีพรับจ้าง ทำไร่ วันติดประกาศตนไม่อยู่บ้าน ตนไม่รู้จะย้ายไปที่ไหน ถ้าจะย้ายอาจจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร 

ขณะเดียวกัน นส.วิลาสินี หวานใจ ลูกสะใภ้ อายุ 36 ปี กล่าวด้วยน้ำตาว่า วันที่มาติดประกาศ ทหารแจ้งว่า จะมีการฝึกซ้อมรบ ในเดือนมกราคม 2565 ให้ทยอยย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่เพราะจะมีการก่อสร้างอาคารและซ้อมรบกระสุนจริง กับทหารชาวต่างชาติ โดยถามตนว่ามีที่อยู่ที่อื่นมั้ย ซึ่งตนตอบไปตามตรงว่าไม่มี จะให้ตนไปอยู่ที่ไหน เพราะอาศัยอยู่ที่บึงนครมาทั้งชีวิต

ส่วน นส.จารุวรรณ สุขสวัสดิ์ อายุ 38 ปี เลขที่ 8 ม.9 กล่าวอีกว่า ตนมีที่ดิน 2ไร่ 2งาน ปัจจุบัน ทำไร่ และรับจ้างเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว ยอมรับว่าตกใจมากที่ถูกติดประกาศให้ย้ายออกไปภายใน 30 วัน ไม่รู้จะย้ายไปอยู่ที่ไหนเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน นายกิตติชัย ศรีทองช่วย ปลัดอำเภอหัวหิน กล่าวด้วยว่า หลังลงพื้นที่รับฟังความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว จากนี้จะรายงานให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ทราบ จากนั้นจะทำหนังสือเชิญให้ทางศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ ได้นัดหมายผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มาชี้แจงข้อมูลและหาทางออกร่วมกัน ทั้งขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ ในการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์รวมทั้งการชดเชยความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับผลกระทบ

อีกทั้งชาวบ้านคัดค้านการนำที่ดินดังกล่าวไปออกเป็น นสล.ซึ่งจะเป็นปัญหากับชาวบ้านอย่างมาก เพราะจะกลายเป็นการบุกรุกที่ดินของรัฐ จะมีการดำเนินคดีตามมา ซึ่งชาวบ้านมีความกังวลในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก