เป็นข่าว » ชาวบ้านป่าละอู เล่านาทีชีวิตถูก “ช้างป่า” ใช้งวงฟาดท้องอย่างแรง หลังไปไล่ช้างออกจากสวนกล้วย

ชาวบ้านป่าละอู เล่านาทีชีวิตถูก “ช้างป่า” ใช้งวงฟาดท้องอย่างแรง หลังไปไล่ช้างออกจากสวนกล้วย

19 มกราคม 2022
555   0

ชาวบ้านป่าละอู เล่านาทีชีวิต ขณะออกไปขับไล่ช้างป่าที่บุกเข้ามากินสวนกล้วยช่วงเช้ามืด ระหว่างเดินกลับถูกช้างป่าที่แอบซุ่มหลังต้นไม้ใช้งวงฟาดท้องเข้าอย่างแรง โชคดีที่ช้างไม่เหยียบซ้ำ เบื้องต้นแพทย์ตรวจร่างกายพบว่ามีอาการช้ำใน ต้องพักฟื้นอย่างน้อย 1 เดือน เป็นห่วงครอบครัวเพราะเป็นเสาหลักยังมีลูกอีก 6 คนต้องดูแล

วันที่ 19 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเพชร จันทร์อุปถัมภ์ อายุ 38 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 บ้านป่าละอู ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกช้างป่าใช้งวงฟาดท้องเข้าอย่างแรง โชคดีที่ช้างไม่เหยียบซ้ำ เบื้องต้นแพทย์ตรวจร่างกายพบว่ามีอาการช้ำใน ต้องพักฟื้นอย่างน้อย 1 เดือน

ทำให้ต้องนอนพักรักษาตัว จากอาการบาดเจ็บ ช้ำในบริเวณท้องดังกล่าว โดยอาการเริ่มดีขึ้นสามารถพยุงตัวขึ้นมานั่งพูดคุยได้ แต่ยังไม่สามารถทำงานได้ หากเคลื่อนไหวมากๆ จะยังมีอาการเจ็บที่ท้องอยู่ รู้สึกเจ็บปวดทรมานไปทั้งตัวทุกครั้งที่มีอาการไอ และที่ขาซ้ายยังอักเสบ เบื้องต้นมีภรรยาคอยช่วยดูแล

นายเพชร เล่าว่า เมื่อช่วงเช้ามืด ประมาณ 04.00 น.ของวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงบ้านพัก จุดประทัดยักษ์ หรือ ลูกโป้ง เพื่อผลักดันไล่ช้างป่าที่เข้ามากินพืชผลทางเกษตร ตนจึงรีบออกไปไล่ช้างป่าด้วย เพราะกลัวว่าจะเข้ามาทางสวนกล้วยที่กำลังโตเกือบให้ผลผลิตของตนเอง

ซึ่งปรากฏว่า เจอช้างป่า ราว 2-3 ตัว กำลังเดินมุ่งหน้ามาทางสวนกล้วย ตนจึงได้จุดลูกโป้งเพื่อให้เกิดเสียงดังหวังให้ช้างป่ากลัวและกลับเข้าป่า ไปทางป่ายางเพื่อเข้าเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ทั้งนี้เมื่อเห็นช้างป่า 2 ตัวเดินกลับเข้าป่าไปแล้ว จึงหันหลังจะกลับบ้าน ไม่ทันสังเกตว่า ยังมีช้างป่าอีกตัวยืนอยู่หลังต้นไม้ ทำให้ตนต้องประจันหน้ากับช้างป่า ทำให้ช้างป่าใช้งวงฟาดมาที่บริเวณกลางลำตัวเข้าที่ท้องของตนอย่างแรง จนตนกระเด็นล้มลงกองกับพื้น คาดว่าช้างป่าก็ตกใจเช่นกันจากนั้นจึงวิ่งหนีเข้าป่าไป โชคดียังเป็นเป็นของตนที่ช้างป่าไม่หันกลับมาเหยียบซ้ำจนถึงแก่ชีวิต

จากนั้นตนพยายามรวบรวมสติ ค่อยพยุงตัวเดินจากป่ายางมาถึงบ้าน ใช้เวลานานนับชั่วโมง เมื่อภรรยาทราบเรื่อง ได้พาตนไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ และส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลหัวหิน ซึ่งแพทย์ตรวจอาการพบว่า ไม่มีกระดูกแตกหัก แต่มีอาการช้ำใน ต้องกินยา และพักรักษาตัวประมาณ 1 เดือน

ขณะนี้มีอาการดีขึ้น สามารถลุกนั่งเองได้ อาการเขียวช้ำที่ท้องลดลง บาดแผลจากรอยงวงช้างเริ่มตกสะเก็ด เหตุการณ์เฉียดตายที่เกิดขึ้น ทำให้ครอบครัวเกิดความรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก ซึ่งในช่วงนี้ พบว่ามีช้างป่าออกมาหากินในพื้นที่ทางเกษตรของชาวบ้านป่าละอูอย่างต่อเนื่อง จึงขอเตือนชาวบ้านที่ออกไปไล่ช้างป่าจะต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุได้มีครูใหญ่โรงเรียน ตชด.นเรศวรป่าละอู ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่ทราบเรื่อง ได้มาเยี่ยมและช่วยเหลือเบื้องต้น โดยมอบข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน ตนเองเป็นเสาหลักในการทำงานรับจ้างเฝ้าไร่ ตัดหญ้า ปลูกกล้วย หารายได้มาเลี้ยง ภรรยาและลูกอีก 6 คน ยอมรับว่าห่วงครอบครัวที่จะขาดรายได้ในช่วงที่ตนรักษาตัว