คัดข่าวดี » นักวิ่งหญิงแกร่งจากสามร้อยยอด นำรูป “ในหลวง ร.9” แบกขึ้นหลัง วิ่งน้อมรำลึก 9.99 กม.

นักวิ่งหญิงแกร่งจากสามร้อยยอด นำรูป “ในหลวง ร.9” แบกขึ้นหลัง วิ่งน้อมรำลึก 9.99 กม.

13 ตุลาคม 2022
122   0

นักวิ่งหญิงแกร่งจากสามร้อยยอด นำรูป “ในหลวง ร.9” สุดรักสุดหวง ที่ใช้เวลาปักนาน 10 ปี แบกขึ้นหลัง วิ่งน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ 9.99 กม. เป็นครั้งที่ 2 หลังจากเคยวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน มาแล้วเมื่อปี 2562

วันที่ 13 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวโสภา สุจริตรังษี อายุ 51 ปี นักวิ่งหญิงจาก อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเพื่อนนักวิ่ง “กลุ่มเต่าลองRUN” ได้รวมตัวกันที่บริเวณชายทะเลปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี ร่วมกันวิ่ง ระยะทาง 9.99 กิโลเมตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

ทั้งนี้นางสาวโสภา ยังได้นำภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ หรือ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นรูปสุดรักสุดหวง ปักครอสติสฝีมือตัวเอง ขนาด 50×50 เซนติเมตร ใส่ในกรอบไม้สักทอง น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม ใส่สายรัดแบกขึ้นหลังร่วมวิ่งในเส้นทางระยะ 9.99 กิโลเมตรในครั้งนี้ด้วย โดยใช้เวลาในการวิ่งไปเพียง 1 ชั่วโมง 11 นาที 11 วินาที เท่านั้น

นางสาวโสภา เล่าว่า สำหรับภาพในหลวง รัชกาลที่ 9 นี้ เป็นภาพที่ทรงโน้มพระวรกายมารับดอกไม้จากราษฎรที่มารอเฝ้ารับเสด็จ ซึ่งปักครอสติสฝีมือตัวเอง โดยเริ่มลงมือปักภาพนี้เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2549 ขณะทำงานอยู่ที่ จ.สมุทรสงคราม กระทั่งย้ายมาทำงานที่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี พ.ศ.2551 งานปักภาพซึ่งปักไปได้ประมาณ 3 ส่วนเหลืออีก 1 ส่วน จำเป็นต้องเก็บงานปักไว้ เพื่อทำงานบุกเบิกไร่ปาล์มน้ำมันให้สำเร็จ

กระทั่งเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 ข่าวการสวรรคตของในหลวง ร.9 ทำให้ตนเองรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างมาก และเกิดความตั้งใจอย่างเเน่วแน่ว่า จะต้องปักภาพให้เสร็จและนำภาพนี้เข้ากรุงเทพฯ เมื่อสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายพระบรมศพฯ ได้  

การปักภาพในส่วนที่เหลืออีก 1 ส่วนกับเศษนั้น ใช้เวลาปักประมาณเดือนเศษ โดยปักภาพในตอนกลางคืนทุกวัน เป็นการปักภาพภาพที่แสนเศร้ามาก เพราะมักจะมีน้ำตาไหลออกมาตลอด กระทั่งแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2559

นางสาวโสภา เล่าอีกว่า ส่วนสาเหตุที่นำรูปในหลวง ร.9 มาร่วมวิ่งด้วยนั้น เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีในแบบตัวเอง ส่วนตัวเป็นนักวิ่ง รักการวิ่ง และเห็นว่าในอดีต ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักอย่างยิ่ง เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ น้อยใหญ่นับพันโครงการ ทำให้ประโยชน์แก่ประชาชน ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทุกหนทุกแห่งในประเทศไทย โดยไม่เหน็ดเหนื่อย

การนำรูปกรอบไม้สักน้ำหนัก 3 กิโลกรัม มาร่วมวิ่งด้วย แม้จะทำให้เหน็ดเหนื่อยมากขึ้นกว่าการวิ่งตัวเปล่า แต่ทำให้ตนได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ไปทุกย่างก้าวที่ได้วิ่ง ตนรู้สึกดีใจที่ทำสำเร็จได้อย่างตั้งใจ มีความสุขที่ได้ทำ

โดยก่อนหน้านี้เคยนำรูปดังกล่าว ร่วมวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน หรือ 21 กิโลเมตร มาแล้ว 1 ครั้ง ที่ อ.สามร้อยยอด เมื่อปี 2562 หรือเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และยังเคยแบกรูปขึ้นยอดเขาล้อมหมวก ความสูง 902 ฟุต ที่กองบิน 5 ประจวบคีรีขันธ์ มาแล้วเช่นกัน