อาชญากรรม » ตำรวจรถไฟหัวหิน รวบ2หนุ่มสาว ‘ขนไอซ์มูลค่า10ล้าน’ ส่งลูกค้าที่ทุ่งสง หลังรถไฟเพิ่งเดินรถได้แค่2วัน

ตำรวจรถไฟหัวหิน รวบ2หนุ่มสาว ‘ขนไอซ์มูลค่า10ล้าน’ ส่งลูกค้าที่ทุ่งสง หลังรถไฟเพิ่งเดินรถได้แค่2วัน

21 พฤษภาคม 2020
425   0

หวังเงินแสนค่าจ้างขนยาไอซ์ไปใช้ช่วงโควิด 2หนุ่มสาวขนยาขึ้นรถไฟส่งภาคใต้ สุดท้ายถูกตำรวจรถไฟหัวหินรวบได้พร้อมของกลาง ยาไอซ์ยัดกระเป๋าเดินทางเกือบ20กิโลกรัมมูลค่า10ล้านบาท ถือเป็นคดีใหญ่คดีแรกหลังเปิดให้เดินรถไฟได้แค่2วัน ผู้ต้องหารับสารภาพ ลักลอบขนมาแล้วรวม 4 ครั้ง

https://youtu.be/bjXz47RD-Is

วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 ที่สถานีรถไฟหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธุ์ ผบก.รฟ. , พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. , พ.ต.อ.กฤษฎาพร ปานโปร่ง ผกก.3 บก.รฟ. ร่วมกันสอบสวน นายเอกพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ชาวบ้านเขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ และ น.ส.เมทนี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ชาวบ้าน ต.สำโรงพลัน อ.ไพรบึง จ.ศรีษะเกษ หลังถูก ร.ต.อ.เริ่ม เกตุสุวรรณ์ สว.ส.รฟ.หัวหิน นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟหัวหิน ขึ้นตรวจค้นบนขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9085 กรุงเทพ-ทุ่งสง ปลายทางสถานีรถไฟทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ขณะขบวนรถไฟผ่านสถานีหนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจับได้พร้อมของกลาง ยาไอซ์บรรจุถุงชาจีนสีเขียวเหลือง มีอักษรภาษาอังกฤษ GUANYINWANG รูปดาวแดง 5 ดวง น้ำหนักถุงละ 1 กิโลกรัม จำนวน 19 ถุง รวม 19 กิโลกรัม และน้ำหนัก 0.5 กิโลกรัมอีก 1 ถุง คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 10 ล้านบาท

พล.ต.ต.ปภัชเดช  เกตุพันธุ์ ผบก.รฟ.  เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนของตำรวจรถไฟ สืบทราบว่าจะมีคนลักลอบขนยาเสพติดลงภาคใต้ จึงสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟหัวหิน  ขึ้นตรวจค้นขบวนรถเป้าหมาย กระทั่งตรวจค้นจนมาถึงโบกี้ที่ 1 ขณะขบวนกำลังเคลื่อนผ่านสถานีรถไฟหนองแก พบผู้ต้องหาทั้งสองคน มีกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากสีน้ำเงิน ยี่ห้อ besico จำนวน 1 ใบ วางอยู่ด้านข้าง และมีกระเป๋าเป้แบบสะพายหลังสีฟ้ายี่ห้อ SUPREME อีก 1 ใบ เมื่อผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงอาการพิรุธ จึงขอตรวจค้นเมื่อเปิดกระเป๋าเดินทางมีผ้าห่มสีม่วงปิดทับไว้ภายในพบถุงยาไอซ์ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในถุงชาปิดทับด้วยถุงพลาสติกสีดำอีกชั้น เกือบ 20 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋า

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยนายเอกพงษ์  ให้การว่า รับจ้างขนยาไอซ์รวมครั้งนี้เป็น 4 ครั้ง  โดยแต่ละครั้งนายจ้างจะนำยาไปวางไว้ตามจุดต่างๆเมื่อส่งของเรียบร้อย นายจ้างจะนำเงินมาวางไว้ให้ตามพิกัดที่ตกลงกัน  ซึ่งครั้งแรกไปรับยาที่นวนคร จำนวน 4 กิโลกรัม นำไปส่งที่หาดใหญ่ ได้ค่าจ้าง 3 หมื่นบาท ครั้งที่ 2 รับของที่นพวงศ์ จ.ปทุมธานี  ได้ค่าจ้าง 5 หมื่น นำส่งนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 3 รับของจากพัทยา จำนวน 7 กิโลรัม ได้ค่าจ้าง 8 หมื่นบาท ส่ง อ.หลังสวน จ.ชุมพร  และครั้งที่ 4 ครั้งนี้ ไปรับของจากนพวงศ์ จ.ปทุมธานี จำนวน 19.5 กิโลกรัม ต้องนำไปส่งที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเสร็จงานจะได้ค่าจ้าง 1 แสนบาท หวังนำเงินค่าจ้างที่ได้ไปใช้จ่ายช่วงโควิด-19 จึงได้ชวนน้องเมย์ เพื่อนสาวที่สนิทซึ่งทำงานร้านอาหารเดินทางมาด้วยกระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว

พล.ต.ต.ปภัชเดช  กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับคดีนี้ถือเป็นล็อตใหญ่ คดีแรกหลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดเดินรถไฟได้เพียง 2 วันหลังจากเปิดให้บริการอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งถือว่าเป็นรายใหญ่ ปัจจุบันราคายาไอซ์ต้นทางอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 1 แสนบาท เมื่อส่งถึงปลายทางราคาจะขยับขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 5 แสนบาท ซึ่งที่มาผ่านตำรวจรถไฟสืบสวนติดตามกขบวนการค้ายาเสพติดและลอบขนยาเสพติดด้วยขบวนรถไฟมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสืบค้นจากกคดีค้างเก่าและขยายผลผู้ค้ารายใหม่  ซึ่งตำรวจรถไฟจะได้นำตัวผู้ทั้งหาทั้งสองคนไปสอบสวนขยายผล และติดตามเจ้าของยาไอซ์ตลอดจนผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป