เป็นข่าว » สวน ‘ทุเรียนป่าละอู’ ชื่อดังของห้วยสัตว์ใหญ่ เจอช้างป่า! บุกดึงลูก-เขย่าต้น ร่วงนับ 1,000 ลูก

สวน ‘ทุเรียนป่าละอู’ ชื่อดังของห้วยสัตว์ใหญ่ เจอช้างป่า! บุกดึงลูก-เขย่าต้น ร่วงนับ 1,000 ลูก

11 มิถุนายน 2020
1024   0

สวนทุเรียนป่าละอูชื่อดังของห้วยสัตว์ใหญ่ เจอช้างป่าบุกดึงลูกเขย่าต้น ร่วงกราวนับ 1,000 ลูก เสียหายยับหลายแสนบาท ทั้งที่กำลังจะเก็บขายได้เงินปลายเดือนนี้ กลับหายไปในพริบตา

วันที่ 10 มิถุนายน 2563  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวสวนทุเรียนป่าละอู กำลังเดือดร้อนหนัก จากปัญหาช้างป่า ซึ่งขณะนี้ทุเรียนหมอนทองป่าละอูชื่อดัง กำลังให้ผลผลิตเต็มที่และอยู่ระหว่างเก็บผลผลิตที่ทยอยสุก ส่งขายลูกค้า แต่ล่าสุดถูกช้างป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บุกเข้ามาดึงลูกเขย่าต้น จนลูกทุเรียนหล่นร่วงเกลื่อนสวน นับ 1,000 ลูก คาดสูญรายได้กหลายแสนบาท ร้องขอให้หน่วยงานภาพรัฐเร่งแก้ปัญหาช้างป่า และเพิ่มการลาดตระเวนในช่วงที่ผลผลิตกำลังออกเต็มที่ในช่วง 1-2 เดือนนี้ เพื่อให้เกษตรกรอุ่นใจมากขึ้น

ซึ่งสวนทุเรียนที่เพิ่งถูกช้างป่าบุกเข้ามากินลูกทุเรียนและเขย่าต้นจนลูกร่วงเสียหายอย่างหนักนี้ คือ สวนทุเรียน ป.ป่าละอู ซึ่งเป็นสวนทุเรียนรายใหญ่ของ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ซึ่งนายศิวกภณ รตนรุ่งเรือง และครอบครัว เป็นกษตรกรชาวสวนทุเรียน ที่ หมู่ 3 บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พานางสุนันทา พิมฺพ์ไทย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ , พ.ต.ท.สุวิทย์ มณีวงษ์ ผู้บังคับกองร้อย กองกำกับการ 1 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน , ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก   และผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่ดูสภาพความเสียหายของทุเรียนป่าละอู พันธุ์หมอนทอง ชื่อดังของ อ.หัวหิน เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค

นายศิวกภณ รตนรุ่งเรือง เล่าว่า ต้นทุเรียนที่ปลูกในสวนและกำลังให้ผลผลิตนี้ มีอายุตั้งแต่7-10 ปีขึ้นไป โดยปีนี้ผลผลิตทุเรียนให้ผลดี ที่สวนมีประมาณ 60 ตัน ซึ่งช่วงค่ำวานนี้ หลังตนและครอบครัวเพิ่งตัดทุเรียนขนกลับไปบ้านพักได้ประมาณ 2 เข่ง จึงกลับไปหุงข้าวกินกันในครอบครัว แค่ชั่วเวลาทานข้าวหมดจาน ก็รีบให้นายธีรพงษ์ ตีระศรี ซึ่งเป็นลูกเขย รีบกลับมาเฝ้าสวนทุเรียนก่อน ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 1 ทุ่มเศษ เมื่อลูกเขยมาถึง พบว่ามีช้างป่าขนาดใหญ่ ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่อาศัยหากินอยู่บริเวณป่ารอบหมู่บ้านห้วยสัตว์ใหญ่หลายตัวเข้ามาเดินกินทุเรียนในสวนแล้ว จึงได้รีบโทรศัพท์ให้ตนและคนที่บ้านมาช่วยกันไล่ช้างป่า

แต่ช้างป่าไม่ยอมถอยกลับเข้าป่าไปง่ายๆ ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงยอมกลับไป ลูกเขยไปนอนเฝ้าบนบ้านต้นไม้ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินและมีความปลอดภัย ส่วนตนมาตอนเฝ้าที่รถ และ วนไปเฝ้าที่โรงเก็บทุเรียน กระทั่งกลางดึกประมาณ ตี 3 เศษ ช้างป่าได้ย้อนกลับมากินทุเรียนอีกครั้ง

‘โดยพฤติกรรมคือเดินเลือกหาต้นที่ลูกทุเรียนเริ่มแก่ซึ่งจะเริ่มมีกลิ่นหอมออกมา แล้วใช้งวงดึงลูกหรือกิ่งจนหักเสียหาย  หรือใช้หัวดันต้น ลักษณะเขย่าต้น เพื่อทำให้ลูกทุเรียนร่วงหล่นตกลงมาที่พื้นดิน แล้วใช้เท้าเหยียบจนทุเรียนแตกก่อนจะใช้งวงหยิบกินอย่างสบายอารมณ์ ทุเรียนบางลูกไม่แตกแต่จมดินจนมิด ดึงขึ้นมาแทบไม่ออก’

เมื่อมาสำรวจความเสียหายตอนเช้า พบว่าทุเรียนที่ร่วงหล่นในครั้งนี้ ประมาณ 1,000 ลูก มีทั้งทุเรียนที่อ่อน และผลแก่ใกล้เก็บผลผลิตขายได้ในอีกประมาณ 2 สัปดาห์นี้ ซึ่งราคาหน้าสวนขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ราคาขายที่ตลาดประมาณ 250 บาท ทำให้ครอบครัวต้องสูญเงินหลายแสนบาทไปกับการบุกของช้างป่าในคืนเดียวโดยพบร่องรอยเท้าช้างป่าขนาดใหญ่ กระจายทั่วสวนทุเรียน

นายธีรพงษ์ ตีระศรี กล่าวว่า ตนกับพ่อมานอนเฝ้าสวนทุเรียนกันทุกคืน เนื่องจากเป็นช่วงที่ทุเรียนกำลังแก่ ซึ่งล่าสุดช้างป่าขนาดใหญ่เข้ามาพร้อมกัน 4 ตัว รู้สึกตกใจสั่นไปหมดแต่ก็พยายามจุดลูกโป้งหรือปะทัดลูกกลม ไปเกือบ 100 ลูก ให้เกิดเสียงดังเพื่อไล่ช้างป่าให้กลับไป ซึ่งช้างป่าก็ดื้อเดินกินจนอิ่มถึงจะยอมถอย ส่วนทุเรียนที่แตกเสียหาย ร่วงหล่นนี้ ต้องรีบเก็บออกจากสวนไปทิ้ง เพราะจะกลายเป็นสิ่งดึงดูดใหม่ให้ช้างป่าย้อนกลับมาอีกเพราะกลิ่นหมอของเนื้อทุเรียน

โดยจะนอนเฝ้าบนบ้านต้นไม้เพื่อความปลอดภัย สามารถตรวจสอบทิศทางเข้าของช้างป่า เพราะมองเห็นได้หลายทิศทาง และยังเพิ่มมาตราการความปลอดภัยด้วยการ ขึงลวดพร้อมติดสัญญาณไซเรนรอบสวน เมื่อช้างป่าเดินผ่านลวดจะหลุดทำให้เกิดสัญญาณเสียงไซเรนดังขึ้น จะทำให้รู้ทิศทางการเข้าของช้างป่า เราจะได้ไล่นได้ถูกและไม่เป็นอันตราย

เบื้องต้นอยากให้ทางหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องช่วยจัดเจ้าหน้าที่มาตระเวนตรวจตราตามสวนทุเรียนในพื้นที่ป่าละอู ในช่วงที่ทุเรียนเริ่มแก่จัดเพิ่มเติมในระยะ 1-2 เดือนนี้ นอกเหนือไปจากการตระเวนไล่ช้างบนถนนทางเข้าหมู่บ้านห้วยสัตว์ใหญ่

ทั้งนี้ได้เร่งซ่อมแซมลวดสัญญาณไซเรน ที่ขาดเสียหายเพราะกังวลใจว่า ช้างป่าจะกลับเข้ามาสร้างความเสียหายอีกได้ อีกทั้งยังมีทุเรียนที่เริ่มจะแก่แต่ละต้นอีกเป็นจำนวนมากที่รอการเก็บเกี่ยว

ทางด้าน นางทัชฑภักษร รตนรุ่งเรือง กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลผลิตทุเรียนปีนี้ของสวน ป.ป่าละอู ค่อนข้างดี มีผลผลิตประมาณ 50-60 ตัน ซึ่งจะทยอยแก่เก็บขายได้ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป เรายังคงขายราคาเดิมคือ กิโลกรัมละ 200 บาท ที่หน้าสวน และมีบริการนำลงไปจำหน่ายในตัวเมืองหัวหิน ซึ่งจะเป็นลูกๆนำไปขาย ราคาอยู่ที่ 250 บาท ส่วนการสั่งซื้อออนไลน์ก็สามารถทำได้ เพื่อลดการเดินทาง ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 250 บาท ยังไม่รวมค่าส่ง

โดยพบว่าตั้งแต่ทุเรียนเริ่มสุก มีลูกค้าขาประจำและลูกค้าออนไลน์ติดต่อมาเรื่อยๆ แนวโน้มน่าจะส่งผลดีกับชาวสวน แต่พอมาเจอปัญหาช้างป่าทำลูกร่วงเสียหายนี้ ทำให้รู้สึกท้อใจไม่รู้จะพูดยังงัย ซึ่งครอบครัวเห็นเงินแล้วว่าจะได้ประมาณเท่าไหร่ แต่ต้องมาเสียหายไปหลายแสนบาท แทนที่จะสามารถนำเงินดังกล่าวไปใช้หนี้ได้

พ.ต.ท.สุวิทย์ มณีวงษ์ ผู้บังคับกองร้อย กองกำกับการ 1 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการหลายโครงการไม่ต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเสียโอกาส โดยเฉพาะเรื่องการช่วยเหลือ ยิ่งล่าสุดตนมาเห็นสภาพสวนทุเรียนที่ถูกช้างป่าเข้ามาทำลายเสียหาย รู้สึกสงสารชาวบ้าน ที่ลงทุนลงแรงมาตลอดทั้งปี และกำลังจะเก็บขายได้เงินอยู่แล้วแต่ก็มาเสียหายจำนวนมากดังกล่าว

ด้านนางสุนันทา พิมพ์ไทย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ยอมรับว่า  ปัญหาช้างป่าเข้ามากินทุเรียนหรือผลไม้ชนิดอื่นๆ ตนมองว่าเป็นปัญหาที่ซ้ำซาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลไม่ทั่วถึง    ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลที่ทุเรียนป่าละอูมีผลผลิตเก็บเกี่ยวออกสู่ตลาด ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เป็นช่วงที่ทุเรียนป่าละอูแก่จัด   พยายามแก้ไขปัญหาทั้งการจัดสร้างแนวรั้วกันช้างกึ่งถาวรรอบพื้นที่หมู่บ้านห้วยสัตว์ใหญ่ แต่ก็ยังได้ไม่กี่กิโลเมตร  โดยเฉพาะหมู่บ้านนี้ที่ช้างเข้ามาก็ยังไม่มีรั้วกั้น ดังนั้นจึงขอให้เจ้าของสวนแต่ละแห่งต้องช่วยกันดูแลสวนของตนเองด้วย และรู้สึกเห็นใจเกษตรกรชาวสวนป่าละอูที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาติดตามให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าแก่งกระจานที่บุกเข้ามาสร้างความเสียหาย เดิมความเสียหายจ่ายชดเชยไร่ละ 1,600 บาท แต่ปัจจุบันมีการแก้ไขหากต้นทุเรียนมีอายุขึ้นไป 5 ปีมีผลผลิตทาง อบต.จ่ายให้ต้นละ 1,600 บาท ส่วนทุเรียนต้นเล็กขึ้นไป 5 ต้นจ่าย 1,600 บาท