เป็นข่าว » ฉาวอีก!ชาวบ้านบางสะพานน้อย แห่แจ้งความ เงินฝากสูญกว่า 10 ล้านบาท

ฉาวอีก!ชาวบ้านบางสะพานน้อย แห่แจ้งความ เงินฝากสูญกว่า 10 ล้านบาท

23 มิถุนายน 2020
574   0

ชาวบ้าน ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก แห่เข้าแจ้งความ หลังฝากเงินที่สถาบันการเงินชุมชนตำบลทรายทอง แต่เบิกเงินไม่ได้ คาดยักยอกเงินฝากสูญกว่า 10 ล้านบาท คาดมีผู้เสียหายกว่า 400 คน ด้าน ผกก.สภ.บางสะพานน้อย เผยจะเร่งสอบปากคำชาวบ้านที่เสียหาย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เร่งรัดคดีเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน คาดเป็นการยักยอกทรัพย์ฯ 

วันที่ 22 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านจาก 11 หมู่บ้านใน ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลายร้อยคนกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังฝากเงินกับสถาบันการเงินชุมชนตำบลทรายทอง  มานานกว่า 10 ปี  มีเงินในบัญชีรายละ หลายหมื่นบาท บางบัญชีมีเงินเก็บกว่าหนึ่งแสนบาท  บางราย 2-3 แสนบาท ซึ่งบัญชีที่มีเงินฝากสูงถึง 7-8 แสนบาทก็มี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ที่นำเงินรายได้จากการทำสวนทำไร่  เงินของบุตรหลาน และเงินผู้สูงอายุ มาฝากไว้กับสถานบันการเงินดังกล่าว เพื่อหวังให้เป็นเงินก้อนสำหรับไว้ใช้ยามชรา หรือยามฉุกเฉิน แต่ปรากฎว่า เมื่อไปเบิกเงิน กลับถูกเจ้าหน้าที่ประจำสถาบันการเงินผลัดผ่อน หลายครั้ง สุดท้ายทางสถาบันฯ ยอมรับว่าไม่มีเงินให้เบิก

ทั้งนี้ นายธีรวุฒิ ไกรยะถา  ชาวบ้าน หมู่ 11 ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมชาวบ้านจาก 11 หมู่บ้าน ของ ต.ทรายทอง รวมกว่า 50 คน มีทั้งเด็กชาย 3 ขวบ , ผู้ใหญ่ , ผู้สูงอายุ และผู้พิการ  ซึ่งเป็นกลุ่มแรกได้รวบรวมหลักฐานการฝากเงินของตนเอง แล้วรวมตัวกันมาแจ้งความที่ สภ.บางสะพานน้อย เพื่อขอให้ช่วยติดตามผู้กระทำผิดและนำเงินมาคืนชาวบ้านด้วย เพราะหลายคนเดือดร้อนใจกินไม่ได้นอนไม่หลับ เสียดายเงินเก็บทั้งชีวิต ซึ่งกลัวว่าจะไม่ได้คืน

ทั้งนี้มี พ.ต.อ.พสิษฐ์  ก้อนสิน  ผกก.สภ.บางสะพานน้อย  ได้มารับเรื่องและสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านที่เดือดร้อนพร้อมชี้แจงทำความเข้าใจเบื้องต้น เพื่อให้ชาวบ้านคลายความกังวลใจ โดยเจ้าหน้าที่รับปากว่าจะเร่งรัดสอบปากคำผู้เสียหาย และรวบรวมพนักงานหลักฐาน เพื่อติดตามเงินฝากของชาวบ้านโดยเร็วที่สุด  พร้อมขอให้ชาวบ้านนำสำเนาบัญชีเงินฝากพร้อมเอกสารสำเนาบัตรประชาชน ทยอยเข้าแจ้งความเพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยตนเองจะร่วมสอบปากคำด้วยเพื่อให้รวดเร็วมากที่สุด

นายธีรวุฒิ ไกรยะถา ชาวบ้าน หมู่ 11 เปิดเผยว่า ชาวบ้านทั้งหมด ได้ฝากเงินไว้กับ สถาบันการเงินชุมชนตำบลทรายทอง ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณอาคารประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลทรายทอง ลักษณะเหมือนธนาคารชุมชน ชาวบ้านส่วนใหญ่ฝากเงินกันมากว่า 10 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาอะไร ฝากถอนเงินได้ตามปกติ ชาวบ้านนิยมนำเงินไปฝากเพราะใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางไกลมาในตัวอำเภอบางสะพานน้อยซึ่งอยู่ห่างไกล อีกทั้งมีธนาคารขนาดใหญ่รับรองว่าฝากที่สถาบันการเงินดังกล่าวเหมือนกัน เพราะทางสถาบันต้องนำเงินมาฝากไว้ที่ธนาคารในตัวเมืองทอดหนึ่ง

โดยตนเองได้ฝากเงินไว้เช่นกัน ล่าสุดมีเงินในบัญชีประมาณ  2 แสนบาท ระยะหลังเริ่มไปถอนเงินยาก ถูกบ่ายเบี่ยง และไม่สามารถเบิกเงินได้เต็มตามจำนวนที่ต้องการ โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา เบิกเงินไม่ได้เลย และพบว่าชาวบ้านเกือบทุกคนเจอปัญหาเดียวกัน กระทั่งทางสถาบันระบุว่า ไม่มีเงินจ่าย เพราะมีการยักยอกเงิน ตนและชาวบ้านหลายรายจึงได้เข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางสะพานน้อย ได้รับคำตอบเบื้องต้นว่า หากสถาบันไม่มีเงินแล้วจะให้ไปเอาเงินที่ไหน ซึ่งผ่านมานานพอสมควร เรื่องก็ยังเงียบอยู่ จึงรวมตัวกันมาแจ้งความที่ สภ.บางสะพานน้อย และต้องการร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนด้วย

ทางด้านนางอำพันธ์ คงคา อายุ 85 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 นำสมุดบัญชีเงินฝากจำนวน 3 เล่ม รวมเงินฝากคงเหลือจำนวน 134,415 บาท มาแสดงและเล่าผู้สื่อข่าวฟังว่า ได้ฝากเงินกับสถาบันการเงินดังกล่าวมาตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการนานกว่ 10 ปีแล้ว เงินที่นำมาฝากคือเงินที่ได้จากการขายมะพร้าว และ ปาล์ม , เงินรายเดือนผู้สูงอายุ ตั้งใจเก็บเอาไว้ให้หลาน และไว้ใช้ยามเจ็บป่วย  ระยะหลังไม่สามารถถอนเงินได้ ถูกปฏิเสธ ถูกผลัดผ่อน อยากจะเบิกเงินไปใช้แต่เบิกไม่ได้ พอคิดถึงแล้วใจไม่ดี กลัวว่าเงินเก็บทั้งชีวิตจะสูญไป รู้สึกเสียดายเงินอย่างมาก ครั้งสุดท้ายที่ถอนเงินได้เงินมาเพียง 1 หมื่นบาทเท่านั้นเอง ยังเหลืออยู่ในบัญชีกว่าหนึ่งแสนสามหมื่นกว่าบาท  อยากได้เงินคืนมากๆ

ทางด้าน นายสัญญวิชย์ ยาฉ่ำ ชาวบ้านหมู่ที่ 9 ต.ทรายทอง ในฐานะกรรมการและเหรัญญิก คณะกรรมการบริหารกิจการและการบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้าน  บ้านนางทับทิบ หมู่9  ได้หอบหลักฐานการเงินของกลุ่มผู้ใช้น้ำ มาแจ้งความพร้อมกับระบุว่า กลุ่มผู้ใช้น้ำประปาหมู่ที่ 9 ได้นำเงินรายได้จากการจัดเก็บค่าน้ำประปามาฝากกับสถาบันการเงินชุมชนตำบลทรายทอง เพราะสะดวกเนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ อบต.ทรายทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ฝากเงินไว้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และย้ายมาฝากที่สถาบันการเงินชุมชนฯ โดยล่าสุดมีเงินฝาก กว่า 1 แสนบาท ซึ่งจะต้องเก็บไว้ใช้สำหรับซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้านที่ชำรุดเสียหาย แต่ขณะนี้ไม่สามารถเบิกถอนเงินได้ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน

พ.ต.อ.พสิษฐ์  ก้อนสิน ผกก.สภ.บางสะพานน้อย  เปิดเผยว่า ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำชาวบ้านที่เสียหายให้หมดพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า จะเกิดการฉ้อโกงหรือเกิดการยักยอกทรัพย์  แต่เนื่องจากผู้เสียหายมีจำนวนมาก พนักงานสอบสวนอาจมีไม่เพียงพอ ตนจะเร่งสอบและลงมาช่วยทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนด้วย เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเสียเวลาต้องคอยนาน และหากยังมีประชาชนที่เสียหายเพิ่มเติม สามารถนำหลักฐานมาแจ้งความเพิ่มเติมได้

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการทุกอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ชาวบ้านได้รับความเป็นธรรม เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุ ผู้กระทำความผิดและผู้ร่วมกันกระทำความผิดได้ว่ามีบุคคลใดบ้าง ขั้นตอนต่อไปก็จะดำเนินการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำต่อไป และหากมีพยานหลักฐานพบการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ได้เดินทางไปยังสถาบันการเงินชุมชนตำบลทรายทอง พบว่าปิดให้บริการ จึงได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจาก นายประนอม สุขเจริญ อดีตกำนันตำบลทรายทอง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานสถาบันการเงินชุมชนตำบลทรายทอง  ได้รับข้อมูลว่า ขณะนี้สถาบันไม่มีเงินเหลือพอจ่ายให้กับสมาชิก เพราะตรวจสอบพบว่ามีการยักยอกเงิน

ซึ่งเมื่อประมาณ 1 สับดาห์ก่อนหน้านี้ ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพานน้อย แล้ว โดยกล่าวหาว่า น.ส.ศิริวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่การเงิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้มีหน้ารับฝากและเบิกถอน ของสถาบันฯ ว่า เป็นผู้ยักยอกเงินฝากไป มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีประชาชนที่ได้รับความเสียหายกว่า 400 คน