ทุกทิศทั่วไทย » สุรินทร์ | แล้งจัด ชาวนาทำใจ “ข้าวหอมมะลิ” ที่หว่านไว้แห้งเฉาตาย มีแต่หญ้าขึ้นแทน

สุรินทร์ | แล้งจัด ชาวนาทำใจ “ข้าวหอมมะลิ” ที่หว่านไว้แห้งเฉาตาย มีแต่หญ้าขึ้นแทน

12 กันยายน 2020
286   0

ชาวนาทำใจ ข้าวหอมมะลิที่หว่านไว้มีแต่หญ้าขึ้นมาแทนที่ รวมตัวลงทุนซื้ออุปกรณ์ สูบน้ำส่งน้ำระยะไกลใส่นาข้าวที่พอจะรอดไว้ทำพันธุ์ ปลูกในปีหน้า แม้ฝนจะตกแต่น้อยมาก ต้นข้าวเสียหายหลายพันไร่ วอนทางจังหวัดประกาศภัยเพื่อขอรับความช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านโคกสวาย ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์  นาข้าวของชาวบ้านในพื้นที่บ้านโคกสวาย ม.18 และพื้นที่ข้างเคียงบ้านโคกสวาย ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้รับความเสียหายจากสภาวะ ฝนทิ้งช่วงมาเป็นเวลานาน

ส่งผลให้ต้นข้าวหอมมะลิ กข 15 และ กข 105 ที่กำลังจะเจริญงอกงาม ต้องแห้งเหี่ยวเฉาตาย มีเหลือเพียงต้นหญ้าที่เกิดขึ้นมาทดแทนต้นข้าว ถึงแม้ชุดปฏิบัติการฝนหลวงจะขึ้นบินทำฝนเทียมแทบทุกวัน แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางตรวจสอบตามที่ชาวบ้านบอก พบว่า นาข้าวหอมมะลิในพื้นที่ตำบลท่าสว่าง อ.เมืองสุรินทร์ ส่วนใหญ่ได้รับความเสีย มีแต่วัชพืชต้นหญ้า ต้นเส้ง ขึ้นมาปกคลุมแทนที่ต้นข้าว ที่นาบางส่วนที่เสียหายข้าวแห้งตายหมด ชาวบ้านใช้เครื่องตัดหญ้าตัด ตัดนำไปให้วัว-ควายกิน  ส่วนที่ยังพอจะรอดก็ลงทุนสูบน้ำใส่ต้นข้าว นำปุ๋ยไปใส่ เพื่อหวังว่าฝนจะตกลงมาช่วยอีกทางหนึ่ง  ต้นข้าวจะยังเหลือรอดบ้างเพื่อใช้ทำพันธุ์ในปีต่อไป

ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนก็รวมทุนกันซื้อท่อสูบน้ำ สายยางส่งน้ำ สูบน้ำขึ้นมาจากลำห้วยทับพล ให้ไหลไปตามคลองโดยตั้งเครื่องสูบเป็นทอดๆก่อนสูบต่อสู่นาข้าว ซึ่งก็มีอุปสรรคเนื่องจากต้องสูบน้ำจากที่ต่ำไปหาที่สูง

ขณะที่นางอรพิม ชวนชุมกัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโคกสวาย ม.18 ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้พาผู้สื่อข่าวออกตรวจสอบตามนาข้าวที่ได้รับความเสียหาย และพบว่าชาวนาบางส่วนได้มีการรวมทุนกันซื้อท่อสูบน้ำ สายยางส่งน้ำ สูบน้ำขึ้นมาจากลำห้วยทับพล ให้ไหลไปตามลำคลองโดยตั้งเครื่องสูบเป็นทอดๆก่อนสูบต่อสู่นาข้าว

แต่ก็ได้เพียงบางพื้นที่เท่านั้น ที่สามารถนำน้ำไปใส่นาได้ มีอุปสรรคเนื่องจากต้องสูบน้ำจากที่ต่ำไปหาที่สูงและชาวบ้านบางคนก็ไม่มีทุนมาร่วม และถึงแม้วันนี้จะมีฝนตกลงมา ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่ตกในพื้นที่นี้ในรอบสองเดือน คงไม่มีผลทำให้ข้าวที่เสียหายไปแล้วฟื้นกลับคืนมาได้

นางอรพิม เล่าว่า มีชาวบ้านหลายคนได้รวมทุนกัน ซื้อท่อสูบน้ำและสายยางส่งน้ำ ส่วนใครมีรถไถนาก็เอามาช่วยกันสูบน้ำขึ้นไปเป็นทอดๆจนถึงที่นา และตรงไหนที่สูงมากก็นำรถแบ๊คโฮมาขุดเพื่อให้น้ำไหลไปได้ เริ่มสูบมาได้ 2 วันแล้ว แต่ก็ได้น้ำใส่นาข้าวเป็นบางคน คนที่มีข้าวเหลือพอจะรอดเท่านั้น คือต้องการให้มีข้าวทำพันธุ์อย่างน้อยให้เหลือสักเจ้าสองเจ้าก็ยังดี เผื่อที่จะได้แบ่งปันกันปีหน้า

ส่วนภาพรวมความเสียในพื้นที่ถ้าคิดเป็นสี่ส่วน เสียหายไปแล้วสามส่วน เหลือประมาณอยู่หนึ่งส่วน ที่เป็นแบบนี้เนื่องจากแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล และน้ำชีก็ไม่มีไหลมาจากข้างบน ถ้ายังมีน้ำชีไหลอยู่บ้าง เราก็สามารถสูบน้ำมาตามคลองไหลสู่นาได้ ปีนี้ไม่มีน้ำฝนเลยหลังจากต้นข้าวงอก ตั้งแต่เดือนมิถุนายน นาบางที่ปล่อยให้วัว ควายกินเลย เพราะไม่เหลือข้าวแล้ว 

วันนี้เพิ่งเห็นฝนตกลงมาพอได้น้ำบ้างแต่ก็ไม่เกิดผลที่จะทำให้ต้นข้าวคืนชีพได้ ต้นข้าวได้เสียหายไปแล้ว ที่ผ่านมาตกแค่ผ่านๆมีแต่ก้อนเมฆท่าจะตกเท่านั้น ปีนี้แย่มากปีที่แล้วเรายังได้บ้างถึงจะไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ยังได้ทำพันธุ์มีเก็บไว้กินบ้าง แต่ปีนี้พันธุ์ข้าวน่าจะไม่มีเหลือแล้ว บางเจ้าลงทุนหว่านไป 2-3 รอบ ก็ไม่ได้อะไร  ความเสียหายเฉพาะบ้านโคกสวาย ประมาณหนึ่งพันไร่

โดยรวมข้างเคียงด้วยทั้งบ้านโคกเพชร ม.4 บ.ศาลา ม.16 บ.ตาแบน ม.9 และละเอ๊าะ ม.7 พื้นที่ตำบลอื่นๆข้างเคียงกันในเขตอำเภอเมืองสุรินทร์ อีก ก็น่าจะหลายพันไร่ ชาวบ้านก็ไม่รู้จะทำอย่างไร และหากมีการประกาศภัยแล้ง ก็ตนจะได้ออกสำรวจความเสียหายส่งทางการต่อไป

สำหรับข้าวนาปี ที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จะเป็นข้าวหอมมะลิ พันธุ์ กข 15 และ กข 105 ส่วนใหญ่เป็นเป็นข้าวนาหว่าน เริ่มหวานปลูก ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม จะเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงปลายเดือน ตุลาคม ถึงเดือน พฤศจิกายน ถ้าฝนไม่ตกลงมาช่วงนี้ ชาวนาเชื่อว่าต้นข้าวจะแห้งตายส่วนที่เหลือมีแต่วัชพืชไม่สามารถเกี่ยวได้

Cr.ข่าว/ภาพ สุพรรณ์ ศรชัย จ.สุรินทร์

error: Content is protected !!