เป็นข่าว » อส.หัวหิน ลุกฮือแจ้งความ ‘เกรียนคีย์บอร์ด’ โพสต์หมิ่นประมาท เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจค้นผู้เสพยาเสพติด

อส.หัวหิน ลุกฮือแจ้งความ ‘เกรียนคีย์บอร์ด’ โพสต์หมิ่นประมาท เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจค้นผู้เสพยาเสพติด

5 มีนาคม 2020
757   0

วันที่ 5 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ได้โพสต์ข้อความ ผ่านเพจเฟชบุ๊ค สื่อออนไลน์ชื่อดังของหัวหิน วิพากษ์วิจารณ์การตั้งด่านตรวจของอาสารักษาดินแดน (อส.) เพื่อตรวจค้นยาเสพติดในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน โดยตั้งข้อสงสัยสอบถามความคิดเห็นเพื่อนสมาชิกว่า สามารถทำได้หรือไม่ ปรากฎว่ามี เพื่อนสมาชิกเข้ามาตอบโพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ตอบข้อมูลในโพสต์ดังกล่าวด้วยถ้อยคำสุภาพ แต่พบว่ามีบางรายใช้ข้อความไม่สุภาพ เปรียบเทียบว่า อส.เหมือนกับสุนัข ฯลฯ 

ข้อความบางส่วนที่มีการโพสต์ขึ้นสื่อออนไลน์

จากนั้น แฟนเพจ ที่ว่าการอำเภอหัวหิน โพสต์ข้อมูลเพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าว อธิบายขอบเขตและหน้าที่ของ อส. โดยได้นำข้อมูลตาม พ.ร.บ. อส. โดยเฉพาะมาตรา 29 เจ้าหน้าที่หรือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ในระหว่างทำการตามหน้าที่ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา ส่วนงานด้านยาเสพติด เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอ มีอำนาจตรวจค้น ตรวจพิสูจน์ หาสารเสพติดและจับกุมได้ตามกฎหมาย ภายใต้การอำนวยการของ ปลัดอำเภอนายอำเภอขึ้นไป ฯลฯ

โดยสรุปคือ “อส.” ถือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ  แต่ปรากฎว่ายังคงมีการโพสต์ข้อความเพิ่มเติม และระบุว่าเป็นการโพสต์เข้าข้างลูกน้อง ถือเป็นการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ เข้าข่าย 157

ล่าสุด นายไพรวัลย์ อยู่หนุน อส.อำเภอหัวหิน พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอหัวหิน กว่า10นาย  พร้อมเอกสาร และภาพข้อความการโพสต์หมิ่นประมาทในสื่อออนไลน์ มาพร้อมให้กับพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน เพื่อขอแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใช้เพซบุ๊กที่โพสต์ข้อความด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ หยาบคาย และหมิ่นประมาทการปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจของ อส.ดังกล่าว โดยในครั้งนี้ นายธนนท์ พรรพีภาส  นายอำเภอหัวหิน ได้เดินทางมาร่วมติดตาม และให้กำลังใจสมาชิก อส.หัวหิน ด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องที่สมาชิก อส.ทั่วประเทศ และกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญ

นายไพรวัลย์ กล่าวว่า การโพสต์ดังกล่าวถือเป็นการหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ ตนรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง และต้องการออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของ อส. จึงแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่โพสต์ข้อความดังกล่าว โดยได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว โดยก่อนมาแจ้งความได้รายงานให้นายอำเภอหัวหิน และ ผู้บัญชาการใหญ่สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดนทราบเรื่องแล้ว ซึ่งส่วนกลางแจ้งให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

ทางด้าน นายธนนท์  พรรพีภาส  นายอำเภอหัวหิน เปิดเผยว่า หลังพบว่ามีการโพสต์ข้อมูลที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ที่ออกปฎิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจยาเสพติด แม้ทางอำเภอจะอธิบายข้อกฎหมายผ่านทางแฟนเพจของอำเภอแล้ว แต่ยังคงมีการโพสต์หมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่เพิ่มอีกซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง   โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน นายมนตรี มานิชพงษ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมกำลังสมาชิก อส.อ.หัวหิน ที่ 3  จำนวน 20 นาย ได้ทำการตั้งจุดตรวจ – จุดสกัด บริเวณ ซอยหัวหิน 56 (หัวหินทันสมัย) ภายใต้การอำนวยการของตนและนายสมเจตร์ เจริญทรง ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอหัวหิน ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการเรื่องการสกัดยั้บยั้งปัญหายาเสพติด ให้มีการตรวจหาผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามนโยบายของศูนย์ปราบปรามยาเสพติดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยขอยืนยันว่า อส.ถือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และในวันดังกล่าวมีปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ซึ่งมีบัตร ป.ป.ส. ปฏิบัติหน้าที่ด้วย มีคำสั่งออกปฏิบัติหน้าที่ตามสายบังคับบัญชาถูกต้อง’

ซึ่งการโพสต์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องดังกล่าวจึงทำให้เกิดความเสื่อมเสีย และหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา  เรื่องนี้สร้างความไม่สบายใจให้กับ อส.ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะ อส.หัวหินเท่านั้น ถือเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรี ซึ่งมองว่า ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหน ก็ไม่ควรถูกดูหมิ่นเหยียดหยามแบบนี้ จำเป็นต้องมีการลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรี

วันนี้ อส.หัวหิน จึงได้นำหลักฐาน เป็นหนังสือคำสั่งการปฏิบัติหน้าที่ของ อส.รูปถ่ายวันปฏิบัติงาน และภาพหลักฐานการคอมเม้นท์ดูหมิ่นในเฟชบุ๊ก มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ใช้บัญชีเฟชบุ๊กบางรายได้ปิดบัญชีหนีไปแล้ว แต่บางรายยังอยู่  แต่ก็สามารถหาหลักฐาน พยานมายืนยันตัวบุคคลได้แน่นอน